Google
Showing posts with label Malin Space Science Systems. Show all posts
Showing posts with label Malin Space Science Systems. Show all posts

Saturday, April 21, 2007

นาซาพบร่องรอยน้ำไหลบนดาวอังคารในช่วง 10 ปี

พื้นผิวดาวอังคารบริเวณใจกลางดาวที่เรียกว่า "อราเบีย เทอร์รา" บันทึกไว้เมื่อวันที่ 11 พ.ย.44 พื้นที่สว่างๆ แสดงให้เห็นถึงการก่อตัวของ 2 ทางน้ำไหลที่ MGS ได้บันทึกภาพไว้
ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อ 24 มี.ค.46 ที่บริเวณหลุมทโคนราวอฟ (Tikhonravov Crater) ใจกลางภาพจะเห็นเหมือนมีร่องรอยการเคลื่อนของเหลว
ภาพเปรียบเทียบหลุมที่ไม่ทราบชื่อในพื้นที่เซ็นทูรี มองเตส (Centauri Montes) โดยภาพทางซ้ายบันทึกไว้เมื่อปี 2544 ส่วนภาพทางขวาบันทึกเมื่อปี 2548 ตามตำแหน่งที่ลูกศรชี้จะเห็นว่ามาทางน้ำไหลเพิ่มขึ้นมา
ภาพซ้ายถ่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2542 ภาพขวาถ่ายเมื่อกันยายนปี 2548 จะเห็นว่ามีร่องรอยทางเหมือนน้ำไหลในด้านขวาล่างของภาพ

เอเจนซี/เอพี/บีบีซีนิวส์ – นาซาค้นพบหลักฐานชี้ว่าพื้นผิวของดาวอังคารมีน้ำไหลผ่านในช่วงเวลาไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมา สร้างความหวังในการตามหาสิ่งมีชีวิตบนดาวแดง และเพิ่มความเป็นไปได้ในการตั้งฐานที่มั่นบนดาวฝาแฝดโลกในอนาคต ท่ามกลางสภาพที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต

องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ที่กำลังขมักเขม้นสำรวจดาวอังคาร ก็พบหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความหวังของการมีชีวิตบนดาวอังคาร โดยดาวเทียมเอ็มจีเอส (Mars Global Surveyor : MGS) ซึ่งโคจรไปรอบๆ ดาวอังคาร สามารถถ่ายภาพแนวร่องทางน้ำบนพื้นผิวดาวแดงที่แสดงให้เห็นว่า เคยมีน้ำไหลในบริเวณนั้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมาลิน สเปซ ไซน์ ซิสเต็ม (Malin Space Science Systems) ในซานดิเอโก ผู้ดูแลกล้องบันทึกภาพบน MGS ได้ตัดสินใจบันทึกภาพบริเวณที่เชื่อว่าเคยเป็นทางน้ำไหลนับพันๆ ภาพ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ต่อข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ไมเคิล เมเยอร์ (Michael Mayer) หัวหน้าโครงการสำรวจดาวอังคาร นาซา เผยว่า การสำรวจดังกล่าวให้หลักฐานหนักแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ว่าบนพื้นผิวดาวอังคารมีน้ำอยู่แม้กระทั่งในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่รายอื่นของนาซา ก็ให้ข้อมูลว่า ร่องน้ำที่สำรวจพบนั้น มีความยาวหลายร้อยเมตร

ยานสำรวจที่ถูกส่งไปยังวงโคจรของดาวอังคารตั้งแต่ปี 2540 สามารถถ่ายภาพพื้นผิวดาวอังคารซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับโลก และส่งมายังนาซา ถึง 240,000 ภาพ หลายภาพสามารถมองเห็นร่องน้ำนับพันบนพื้นผิว และเมื่อปีที่แล้ว ภาพที่ส่งมาก็แสดงให้เห็นร่องน้ำใหม่ 2 สาย ที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อน โดยทั้ง 2 สายถูกบันทึกไปเมื่อปี พ.ศ.2542 และ 2543 จากนั้นก็มีการบันทึกภาพอีกครั้งในปี 2547 และ 2548 แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของทางน้ำไหล

ทั้ง 2 กรณีนักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นสีสว่างๆ ที่บริเวณทางน้ำไหล ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในภาพต้นฉบับ ซึ่งอาจเป็นได้ว่าร่องดังกล่าวมีโคลน เกลือ หรือน้ำแข็งจับอยู่ในนั้น และถูกน้ำเซาะออกไป แม้ว่าภาพจะไม่แสดงให้เห็นว่ามีน้ำโดยตรง แต่ทำให้เห็นว่ามีน้ำในสภาพของเหลวไหลอยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร ในปริมาณของน้ำในสระว่ายน้ำราว 5-10 สระ

ทว่านักวิทยาศาสตร์บางรายก็ตั้งข้อสังเกตว่าร่องรอยเหล่านั้นอาจเกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เหลวก็เป็นได้ หนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่เชื่อเช่นนั้นเพราะแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลว่าหลุมขอบต่างๆ ของดาวอังคารนั้นจะมีน้ำได้ก็ต่อเมื่อหลุมนั้นๆ ลึกเป็นกิโลๆ ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์เหลวสามารถอยู่ในหลุมตื้นๆ ได้ เพราะอุณหภูมิที่พื้นผิวลดต่ำถึง -170 องศาเซลเซียส

โอเด็ด อฮารอนสัน (Oded Aharonson) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางด้านดาวเคราะห์สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (คาลเทค) เปิดเผยว่า การวิเคราะห์ถึงกิจกรรมของน้ำบนดาวอังคารนั้น ก็เพื่อหาความเป็นไปได้ในการสำรวจดาวอังคาร ซึ่งการศึกษาขั้นต่อไปคือการวิเคราะห์ร่องรอยเหล่านั้นว่าเป็นฝุ่นหรือเป็นน้ำกันแน่

ผู้ศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวนี้สงสัยกันมาเนิ่นนานว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารหรือไม่ การพบร่องรอยว่ามีน้ำอยู่บนดาวอังคารเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนความเชื่อดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญของนาซา และนักวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ต้องการทำการสำรวจครั้งใหม่เพื่อหาน้ำและสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่การส่งมนุษย์ขึ้นไปสำรวจบนดาวอังคารเป็นเรื่องอันตราย เพราะว่ามีดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากพุ่งชนดาวอังคารอยู่เสมอ